โรงพยาบาลกมลาไสยบริการดุจญาติมิตร ด้วยคุณภาพมาตรฐานเป็นเลิศ เชิดชูธรรมาภิบาล ผู้ให้และผู้รับบริการมีความสุข ในปี 2564
1. ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
2. มีความยืดหยุ่นในการทำงานเป็นทีม
3. ธำรงไว้ซึ่งมาตรฐาน / จรรยาบรรณวิชาชีพ
4. นำความรู้วิชาการมาใช้ เพื่อส่งเสริมการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
5. ร่วมรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
1. ให้บริการที่มีคุณภาพทั้งการรักษา ป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสุขภาพในทุกสาขาบริการ
2. พัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะสูง
3. บริหารจัดการด้วยหลักธรรมมาภิบาล
4. พัฒนาระบบบริการการแพทย์แผนไทยการแพทย์ทางเลือกภายใต้เมืองสมุนไพร

มนุษย์ ประกอบด้วยกาย และจิตวิญญาณ ร่างกายก่อกำเนิดมาจากแร่ธาตุต่างๆที่มาจากธรรมชาติ กาย จิตวิญญาณ และธรรมชาติ จึงไม่อาจแยกจากกัน สมดุลขององค์ประกอบเหล่านี้จะทำให้ชีวิตดำรงอยู่อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นหลักของแพทย์ตะวันออก รวมถึงแพทย์แผนไทย ดังนั้นจึงได้จัดให้มีแพทย์แผนไทยเข้ามาบริการดูแลสุขภาพร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน ในโรงพยาบาล
ศูนย์แพทย์แผนไทยโรงพยาบาลสุขภาพได้จัดตั้งขึ้นตามวัตถุประสงค์เพิ่มเติมระบบดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น บูรณาการอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมาย ให้บริการ รักษา ป้องกัน ฟื้นฟู สุขภาพด้วยวิธีแพทย์แผนไทยอย่างมีคุณภาพ
และสืบทอด เผยแผ่ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ให้เกิดการยอมรับ พึงพอใจ สร้างสุขภาวะที่ดีแก่ประชาชน
โครงสร้างการบริหาร ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ คณะกรรมการบริหาร และ เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์แผนไทย บุคลากรในศูนย์ประกอบด้วย เภสัชกร 1 คน พยาบาลวิชาชีพ 1 คน นักการแพทย์แผนไทย 3 คน ผู้เชี่ยวชาญภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้าน 1 คน ผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 12 คน พนักงานผลิตยา 2 คน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ 1 คน
งานด้านบริการดูแล รักษา ป้องกัน ฟื้นฟูนั้น ใช้กระบวนวิธีทางด้านแพทย์แผนไทย คือ การตรวจวินิจทางหัตถเวช การ นวด ประคบ อบสมุนไพร การคลึงน้ำมัน และ ยาสมุนไพร 35 รายการซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ
ให้บริการทั้งในสถานบริการ และออกให้บริการชุมชน ได้แก่ดูแลมารดาและทารกหลังคลอดโดยกระบวนการทับหม้อเกลือ และดูแลผู้ป่วยพิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต เปิดให้บริการทุกวันในเวลาราชการ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ การเข้าถึงบริการสามารถเข้ารับบริการทั้งผ่านทางแพทย์แผนปัจจุบัน และมาที่ศูนย์แพทย์แผนไทยโดยตรง และใช้สิทธิการรับบริการตามสิทธิบัตร. ด้านการผลิต เป็นแหล่งผลิตเพื่อสนับสนุนสถานบริการสาธารณสุขเขตกมลาไสย-ฆ้องชัย โดยผลิตรูปแบบแคปซูลและยาใช้ภายนอก ทั้งหมด 15 รายการ โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่ จี เอ็ม พี โดยการสนับสนุนของสถาบันแพทย์แผนไทย และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์. ด้านการถ่ายทอดและเผยแผ่ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย เป็นแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพนักศึกษาแพทย์แผนไทย และ ที่ศึกษาดูงานจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ และเจ้าหน้าที่หลายท่าน เป็นวิทยากร ตลอดจนการจัดนิทรรศการต่างๆ
กว่า 15 ปีแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลกมลาไสยได้ดูแลสุขภาพประชาชน ได้มีการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานมาโดยตลอด เน้นหลักยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง บริการดุจญาติมิตร ผู้รับบริการที่เข้ารับการรักษาแล้วดีขึ้นมีสุขภาวะดีขึ้นมากมายได้รับการยอมรับโดยกว้างขวางจะเห็นจากการมีผู้รับบริการเพิ่มขึ้นทุกปี และมีผู้รับบริการทั้งไกล้ ไกลหรือจากจังหวัดอื่นเป็นประจำ ได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมด้านการจัดบริการด้านแพทย์แผนไทยจากสาธารณสุขจังหวัด ความพึงพอใจของผู้รับบริการสำรวจเดือนมิถุนายน2555 ได้ 89.5เปอร์เซ็นต์ ผ่านมาตรฐานการพัฒนาระบบบริการแพทย์แผนไทยระดับ 5ตามเกณฑ์ สำหรับผลงานเชิงปริมาณนั้นจะมีการเก็บข้อมูลและก็เป็นที่ประจักษ์ว่าได้ดำเนินงานด้านแพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ ตามกระบวนการด้านแพทย์แผนไทย
วันที่ 19 - 23 และ วันที่ 27 มิ.ย.2560 คลินิกวัยใสโรงพยาบาลสุขภาพได้ออกให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา การกินยาคุมกำเนิด การใช้ถุงยางอนามัย การป้องกันตัวเองในชีวิตวัยรุ่น และความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด แก่เด็กนักเรียนม.1-ม.6 โรงเรียนกมลาไสย



วันที่ 11 มิถุนายน 2560 ทางโรงพยาบาลสุขภาพ ได้รับมอบอุปกรณ์การแพทย์ ประกอบด้วย ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองกันเปื้อน จากคุณพัลลภ ลีลาวัฒนานนท์กุล พร้อมครอบครัว (ห้างทอง ดี) อ.สหัสขันธ์ คุณประภัสสร แสนภูวา พร้อมครอบครัว คุณวรารักษ์ จันดาหงษ์ พร้อมครอบครัว ทางโรงพยาบาลสุขภาพต้องขอขอบคุณในกุศลเจตนาอันเป็นบุญในครั้งนี้ และขอให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง


การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานในเขตอำเภอกมลาไสย-ฆ้องชัยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ประชากรในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานทั้งหมดในพื้นที่อำเภอกมลาไสย-ฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 35,389 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
1. แบบฟอร์มการคัดกรองเบาหวานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
2. เครื่องมือ/อุปกรณ์ได้แก่ เครื่องชั่งน้ำหนัก สายวัด เครื่องเจาะ DTX รุ่น Terumo เครื่องวัดความดันโลหิต ผลการศึกษา พบว่า ประชากรที่ดำเนินคัดกรองได้ในพื้นที่อำเภอกมลาไสยจำนวน 18,503 คน คิดเป็นร้อยละ 74.88 ของประชากรกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดและปัจจัยเสี่ยงที่พบมีดังนี้
1.) ดัชนีมวลกายและรอบเอวเกินมาตรฐานคิดเป็นร้อยละ 25.5
2.) ความดันโลหิต≥ 140/90 mmHg คิดเป็น 8.13
3.) ประวัติครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 4.0
4.) ไขมันสูงคิดเป็นร้อยละ0.10
5.) ประวัติโรคหลอดเลือดสมองคิดเป็นร้อยละ0.03
6.) เบาหวานขณะตั้งครรภ์/คลอด ลูกตัวโตคิดเป็นร้อยละ 0.02 รวมปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 36.44 ประชากรที่ดำเนินการคัดกรองได้ในพื้นที่อำเภอฆ้องชัยจำนวน 8,160 คน คิดเป็นร้อยละ76.39 ของประชากรกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด และปัจจัยเสี่ยงที่พบมีดังนี้
1.) ดัชนีมวลกายและรอบเอวคิดเป็นร้อยละ 8.18
2.) ประวัติครอบครัวคิดเป็นร้อยละ 5.2
3.) ความดันโลหิต ≥ 140/90 mmHg คิดเป็นร้อยละ 3.18 4.) ประวัติโรคหลอดเลือดสมองคิดเป็นร้อยละ 0.11 รวมปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 16.76

ไตนอกจากช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายแล้ว ยังช่วยควบคุมปริมาณน้ำและสารเคมีอื่นๆในร่างกาย เช่น โซเดียม โปแตสเซียม แคลเซียมปล่อยฮอร์โมนสู่กระแสเลือด เพื่อควบคุมความดันเลือด สร้างเม็ดเลือดแดง และเสริมความแข็งแรงของกระดูกไตเรื้อรังเกิดจาก สองในสามเกิดจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง สาเหตุอื่น ได้แก่ โรคเก๊าท์ ไตอักเสบ กรรมพันธุ์ เอสแอลอี นิ่ว การติดเชื้อซ้ำๆ
หลีกเลี่ยงยาหรือสารพิษทำลายไต
- ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบในกลุ่ม NSAID และกลุ่ม COX2 inhibitors
- ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Aminoglycosides
- ยาชุด
- ยาฉีดสารทึบรังสี
- สมุนไพรต่างๆหลายชนิดเป็นพิษต่อไต
ท่านทราบหรือไม่
-การรู้ตัวว่าเป็นโรคไตแต่เนิ่นๆ ช่วยชะลอไม่ให้ก้าวหน้าไปเป็นไตเรื้อรัง
- ผู้ป่วยไตเรื้อรังส่วนใหญ่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
- อัตราการไหลของเลือดผ่านตัวกรองไต ( GFR )เป็นตัวประเมินการทำงานของไตที่ดีที่สุด
-ความดันเลือดสูง เป็นต้นเหตุเกิดไตเรื้อรัง และโรคไตเองก็เป็นสาเหตุทำให้ความดันโลหิตสูง
- การมีโปรตีนออกมากับปัสสาวะต่อเนื่องแสดงว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง
- ผู้มีความเสี่ยงไตเรื้อรัง ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต
ควรทำอย่างไรเมื่อเป็นไตเรื้อรัง
1.ลดเค็ม อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม ลดเครื่องปรุงพวกเกลือ น้ำปลา ปลาร้า ผงชูรส
2.จำกัดโปรตีน ควรได้รับโปรตีนไม่มากหรือน้อยเกินไป คือ 0.6 กรัม/น้ำหนักตัวกก.ถ้ารับประทานโปรตีนจะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น
3.แคลอรี ควรรับเพียงพอ คือ 30-35 กิโลแคลอรี/น้ำหนักกก. ถ้าได้รับน้อยเกินไปจะเกิดการสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อ
4.ลดผลไม้ และผักใบเขียวเข้ม เนื่องจากมีโปแตสเซียมสูง เช่น ผักต่างๆ แก้วมังกร ขนุน ทุเรียน มะละกอสุก มะม่วง เห็ด หน่อไม้ฝรั่ง ดอกกะหล่ำ แครอท
5.กรณีฟอสเฟตในเลือดสูงควรหลีกเลี่ยง เมล็ดพืช นม เนย กาแฟ